:::Do we have a Choice?:::

posted on 11 May 2008 23:16 by sicky  in -sicky-life-

วันนี้ถือว่าเป็นวันอาทิตย์ที่จะได้หยุดทิ้งทวนก่อนจะทำงานเจ็ดวันยิ่งกว่าพวกพาวเวอร์เรนเจอร์

.

.

เจ็ดวันเจ็ดสีแน่นอน

.

.

เพื่อนนัดเลี้ยงข้าวกลางวันที่ UCC

แก๊งค์สาวโสดสนิท

ทานข้าว

ต่อด้วยไอศครีม

แถมด้วยการโชว์พันก้านเชอร์รี่ด้วยลิ้น

ทำเอาเพื่อน ๆ ถึงกับตะลึง ตึง ตึง

(อิชั้นเก่งแต่เรื่องไม่ได้เรื่องเนี่ยแหละ หลายคนอาจไม่รู้ถึงความสามารถพิเศษของอิชั้น)

.

.

เสียดายที่ไม่ได้พกกล้องไป

.

.

แยกย้ายกันกลับพร้อมกับคำสัญญาว่าเราจะกลับมาเจอกันอีกเร็ว ๆ นี้

(แต่ทุกคนก็สงสัยว่า อิชั้นจะจัดการเวลาเยี่ยงไร.. ก็หลังเลิกงานไงยะ)

.

.

ช่วงเย็น ได้รับข้อความจากเพื่อนที่ทำงานเก่า

หลังจากที่ชั้นทำมือถือหาย ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย นึกว่าเพื่อนคนนี้กลับญี่ปุ่นไปแล้วเสียอีก

ชั้นโทกลับหาเธอทันที เราคุยกันหลังจากเราหายจากกันไปนานเกือบปี

แต่วันนี้เราก็จะได้เจอกัน เธอบอกว่า "มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลย อยากเจอน้อยหน่ามาก" 

ชั้นเองก็เหมือนกัน..

และวันนี้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นของชั้น มีแต่คนอุปถัมถ์

 

ตอนนี้ชั้นกับเธออยู่กันใกล้นิดเดียวเอง

เพียงแต่ห้องของเธอดูมีพื้นที่ที่เป็นสัดส่วนมากกว่า

มีการแบ่งพื้นที่ห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขกอย่างชัดเจน

เธอบอกว่า "ที่บริษัทขอต่อสัญญาอีกหนึ่งปี"

ชั้นแอบดีใจที่ปีนี้เพื่อนของชั้นยังไม่จากชั้นไปไหน

.

.

เราขาดการติดต่อกันมาพักใหญ่ ๆ

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในใจของเราสองคนมันพร้อมที่จะแบ่งปันกัน

เธอมีเรื่องของเธอ

ชั้นมีเรื่องของชั้น

และเรื่องของเรา ต่างก็เป็นเรื่องที่เราไม่มีสิทธิ์ในการเลือกใด ๆ เหมือนกัน

.

.

คำถามเกิดขึ้นในใจของเราทั้งสอง

ทำไมเราต้องเจอเรื่องแบบนี้กันนะ

ทำไมเราถึงเลือกไม่ได้ ในขณะที่ผู้ชายเลือกได้

ผู้ชายเลือกที่จะเลิก ผู้ชายเลือกที่จะเป็นฝ่ายเลือกความสัมพันธ์ในแบบที่เค้าต้องการ

แล้วผู้หญิงล่ะ?

สถานะการณ์ของเราทั้งสองก็คือ

"เลือกไม่ได้"

ทำได้ก็แค่ "ยอมรับ" กับสถานการณ์

.

.

ความคล้ายกันของชะตากรรมของคนสองคนสองประเทศ

มันทำให้เรามองหน้ากันแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เราได้แต่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

.

.

ชั้นเองก็อยากให้เธอสบายใจ

เธอเองก็อยากให้ชั้นสบายใจเช่นกัน

ถึงแม้จะทำอะไรไม่ได้มาก.. แต่ก็ดีไม่น้อยที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

.

.

หมอดูบอกชั้นว่า "แกมันเกิดมาอาภัพคู่ ไม่มีใครเค้ารักแก แกต้องอยู่คนเดียวตลอดไป"

ส่วนหมอดูบอกกับเธอว่า "แต่งงานยาก มีแฟนตลอดแต่ถ้าอายุ 34แล้วยังไม่แต่ง ก็จะไม่ได้แต่งอีกเลย"

เราสองคนได้แต่หัวเราะกันแห้ง ๆ ยิ้มแบบขม ๆ

.

.

ชั้นเลือกที่จะไม่เหลือเวลาให้ตัวเอง เพราะเวลาที่ชั้นจะเตรียมให้คนที่ชั้นรัก เค้าไม่ต้องการชั้นอีกต่อไปแล้ว

ดังนั้นเวลาในส่วนนั้น ชั้นเลือกที่จะลบมันไปด้วยการทำงาน

ส่วนเพื่อนชั้นยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับวันหยุด เพราะคนที่เธอรักใช้วันหยุดกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่เธอ

เธอเศร้าทุกครั้งที่เป็นวันหยุด

ชั้นเอ่ยปากชวนเธอให้มาเยี่ยมชั้นที่โรงเรียนเซรามิกที่ชั้นทำงานอยู่ทุกวันเสาร์

ให้เธอได้มาเจอเด็ก ๆ ได้มาทำงานศิลปะ เผื่อจะทำให้เวลาที่เธอให้กับความเศร้ามันโดนตัดทอนไปบ้าง

เธอดูสนใจอยู่ไม่น้อย

.

.

สำหรับวันเสาร์ของชั้นแล้วมันเหมือนกับเป็นวันผ่อนคลาย ถึงแม้ว่าช่วงบ่ายโมงถึงสี่โมงจะวุ่นวาย

แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานจริง ๆ

ดีกว่าให้ชั้นมีเวลาว่างแล้วนั่งบ้า น้ำตาไหล ไปเรื่อย ๆ

นั่นคือสิ่งที่ชั้นคุยกับเธอ

.

.

และวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ชั้นได้ทานอาหารฝีมือของเธอ

(เธอเคยได้ทานอาหารและขนมฝีมือชั้นไปแล้ว ตอนที่เรายังทำงานที่เดียวกัน)

ชั้นตื่นเต้น และแอบอิจฉาที่เธอมีพื้นที่ครัวอย่างสมบูรณ์

มื้อเย็นของสองสาวที่ไม่มีโอกาสเลือกที่จะได้รับความอบอุ่นจากคนที่รัก

ประกอบไปด้วย

. สปาเก๊ตตี้ทูน่าซอสมะเขือเทศ

.สลัดมันฝรั่ง

.ซุปข้าวโพด

.เบียร์สิงห์ไลท์

ตบท้ายด้วย

.ลาเต้ (กาแฟคั่วบดซูซูกิ)

.ชอคโกแลต

.

.

 ถึงท้องของเราสองคนจะอิ่มแล้ว แต่เราสองคนต่างรู้ดีกว่าเราสองคนขาดในสิ่งที่เราต้องการ

..แต่เราไม่สามารถสร้างกฏเกณฑ์อะไรให้มันเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มชีวิตของเราได้..

ทำไงได้ล่ะ

มันก็คงเป็นชะตากรรมนั่นแหละ

จริงไม๊?

.

.

sms ありがとうね。

美しい おいしい お昼ごはんも ありがとうね。

楽しかったよ。

また、一緒に遊びに行こう。

がんばってね!アヤちゃん!