:::Do we have a Choice?:::

posted on 11 May 2008 23:16 by sicky  in -sicky-life-

วันนี้ถือว่าเป็นวันอาทิตย์ที่จะได้หยุดทิ้งทวนก่อนจะทำงานเจ็ดวันยิ่งกว่าพวกพาวเวอร์เรนเจอร์

.

.

เจ็ดวันเจ็ดสีแน่นอน

.

.

เพื่อนนัดเลี้ยงข้าวกลางวันที่ UCC

แก๊งค์สาวโสดสนิท

ทานข้าว

ต่อด้วยไอศครีม

แถมด้วยการโชว์พันก้านเชอร์รี่ด้วยลิ้น

ทำเอาเพื่อน ๆ ถึงกับตะลึง ตึง ตึง

(อิชั้นเก่งแต่เรื่องไม่ได้เรื่องเนี่ยแหละ หลายคนอาจไม่รู้ถึงความสามารถพิเศษของอิชั้น)

.

.

เสียดายที่ไม่ได้พกกล้องไป

.

.

แยกย้ายกันกลับพร้อมกับคำสัญญาว่าเราจะกลับมาเจอกันอีกเร็ว ๆ นี้

(แต่ทุกคนก็สงสัยว่า อิชั้นจะจัดการเวลาเยี่ยงไร.. ก็หลังเลิกงานไงยะ)

.

.

ช่วงเย็น ได้รับข้อความจากเพื่อนที่ทำงานเก่า

หลังจากที่ชั้นทำมือถือหาย ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย นึกว่าเพื่อนคนนี้กลับญี่ปุ่นไปแล้วเสียอีก

ชั้นโทกลับหาเธอทันที เราคุยกันหลังจากเราหายจากกันไปนานเกือบปี

แต่วันนี้เราก็จะได้เจอกัน เธอบอกว่า "มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลย อยากเจอน้อยหน่ามาก" 

ชั้นเองก็เหมือนกัน..

และวันนี้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นของชั้น มีแต่คนอุปถัมถ์

 

ตอนนี้ชั้นกับเธออยู่กันใกล้นิดเดียวเอง

เพียงแต่ห้องของเธอดูมีพื้นที่ที่เป็นสัดส่วนมากกว่า

มีการแบ่งพื้นที่ห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขกอย่างชัดเจน

เธอบอกว่า "ที่บริษัทขอต่อสัญญาอีกหนึ่งปี"

ชั้นแอบดีใจที่ปีนี้เพื่อนของชั้นยังไม่จากชั้นไปไหน

.

.

เราขาดการติดต่อกันมาพักใหญ่ ๆ

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในใจของเราสองคนมันพร้อมที่จะแบ่งปันกัน

เธอมีเรื่องของเธอ

ชั้นมีเรื่องของชั้น

และเรื่องของเรา ต่างก็เป็นเรื่องที่เราไม่มีสิทธิ์ในการเลือกใด ๆ เหมือนกัน

.

.

คำถามเกิดขึ้นในใจของเราทั้งสอง

ทำไมเราต้องเจอเรื่องแบบนี้กันนะ

ทำไมเราถึงเลือกไม่ได้ ในขณะที่ผู้ชายเลือกได้

ผู้ชายเลือกที่จะเลิก ผู้ชายเลือกที่จะเป็นฝ่ายเลือกความสัมพันธ์ในแบบที่เค้าต้องการ

แล้วผู้หญิงล่ะ?

สถานะการณ์ของเราทั้งสองก็คือ

"เลือกไม่ได้"

ทำได้ก็แค่ "ยอมรับ" กับสถานการณ์

.

.

ความคล้ายกันของชะตากรรมของคนสองคนสองประเทศ

มันทำให้เรามองหน้ากันแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เราได้แต่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

.

.

ชั้นเองก็อยากให้เธอสบายใจ

เธอเองก็อยากให้ชั้นสบายใจเช่นกัน

ถึงแม้จะทำอะไรไม่ได้มาก.. แต่ก็ดีไม่น้อยที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

.

.

หมอดูบอกชั้นว่า "แกมันเกิดมาอาภัพคู่ ไม่มีใครเค้ารักแก แกต้องอยู่คนเดียวตลอดไป"

ส่วนหมอดูบอกกับเธอว่า "แต่งงานยาก มีแฟนตลอดแต่ถ้าอายุ 34แล้วยังไม่แต่ง ก็จะไม่ได้แต่งอีกเลย"

เราสองคนได้แต่หัวเราะกันแห้ง ๆ ยิ้มแบบขม ๆ

.

.

ชั้นเลือกที่จะไม่เหลือเวลาให้ตัวเอง เพราะเวลาที่ชั้นจะเตรียมให้คนที่ชั้นรัก เค้าไม่ต้องการชั้นอีกต่อไปแล้ว

ดังนั้นเวลาในส่วนนั้น ชั้นเลือกที่จะลบมันไปด้วยการทำงาน

ส่วนเพื่อนชั้นยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับวันหยุด เพราะคนที่เธอรักใช้วันหยุดกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่เธอ

เธอเศร้าทุกครั้งที่เป็นวันหยุด

ชั้นเอ่ยปากชวนเธอให้มาเยี่ยมชั้นที่โรงเรียนเซรามิกที่ชั้นทำงานอยู่ทุกวันเสาร์

ให้เธอได้มาเจอเด็ก ๆ ได้มาทำงานศิลปะ เผื่อจะทำให้เวลาที่เธอให้กับความเศร้ามันโดนตัดทอนไปบ้าง

เธอดูสนใจอยู่ไม่น้อย

.

.

สำหรับวันเสาร์ของชั้นแล้วมันเหมือนกับเป็นวันผ่อนคลาย ถึงแม้ว่าช่วงบ่ายโมงถึงสี่โมงจะวุ่นวาย

แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานจริง ๆ

ดีกว่าให้ชั้นมีเวลาว่างแล้วนั่งบ้า น้ำตาไหล ไปเรื่อย ๆ

นั่นคือสิ่งที่ชั้นคุยกับเธอ

.

.

และวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ชั้นได้ทานอาหารฝีมือของเธอ

(เธอเคยได้ทานอาหารและขนมฝีมือชั้นไปแล้ว ตอนที่เรายังทำงานที่เดียวกัน)

ชั้นตื่นเต้น และแอบอิจฉาที่เธอมีพื้นที่ครัวอย่างสมบูรณ์

มื้อเย็นของสองสาวที่ไม่มีโอกาสเลือกที่จะได้รับความอบอุ่นจากคนที่รัก

ประกอบไปด้วย

. สปาเก๊ตตี้ทูน่าซอสมะเขือเทศ

.สลัดมันฝรั่ง

.ซุปข้าวโพด

.เบียร์สิงห์ไลท์

ตบท้ายด้วย

.ลาเต้ (กาแฟคั่วบดซูซูกิ)

.ชอคโกแลต

.

.

 ถึงท้องของเราสองคนจะอิ่มแล้ว แต่เราสองคนต่างรู้ดีกว่าเราสองคนขาดในสิ่งที่เราต้องการ

..แต่เราไม่สามารถสร้างกฏเกณฑ์อะไรให้มันเกิดขึ้นเพื่อเติมเต็มชีวิตของเราได้..

ทำไงได้ล่ะ

มันก็คงเป็นชะตากรรมนั่นแหละ

จริงไม๊?

.

.

sms ありがとうね。

美しい おいしい 夕ごはんも ありがとうね。

楽しかったよ。

また、一緒に遊びに行こう。

がんばってね!アヤちゃん!

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วก็แอบขำกับชะตากรรมเพื่อนนิดหน่อย
แต่ว่า ดูไปดูมาก็ไม่ค่อยต่างกับตัวเองเท่าไหร่

ประเภทบ้าพลังกับการงานดีกว่า อะไรเทือกนั้นอิอิ

แต่ดูท่าทางจะอิ่มกันเลยทีเดียวนะเนี่ย sad smile
โดน โดนไปเต็มๆเลยฮะพี่น้องฮ้าบบบ

จริงอยากที่พี่น้อยหน่าพูดเลย
ทำไมเขาเลือกที่จะเปลี่ยนได้ง่ายขนาดนั้น
ทำไมเรา ผู้หญิง ถึงเปนอย่างเขาไม่ได้
เราไม่สามารถเปลี่ยนใจได้ง่ายขนาดนั้น
ถึงจะต้องเจอปัญหาอะไรก้ตาม...

เอ่อ ที่พี่บอกว่าคุณหมอดูเขาดูดวงนี่ อยากบอกว่าเหมือนโดคอะฮับ(ไม่สุภาพนิสนึง)
เคยมีคน(หลายคน)ดูดวงให้บอก(ตรงกัน)ว่า
ไม่มีดวงเรื่องเพศตรงข้ามเลย
จามีคนเข้ามาตอน17 แต่ไม่จ๊าบอย่างแรงอย่าเอา
ตอน22 เปนคนดี แต่จานำพาฟามทุกข์ยากมาให้ ก้อย่าเอา(แต่ดันเอาไปแล้ว เลยทุกข์ยากจนถึงตอนนี้ ว่ะฮ่าๆ ..หัวเราะแบบปราชดขีวิ๊ด)
แล้วก้มี23ก้ดี 26ให้แต่ง (แต่ตูไม่อยากแต่ง อยากทำงานก่อนง้า ทุกวันนี้23แล้วยังไม่ได้ทำงานเลยเว่ยเฮ่ยย)
ถ้าไม่แต่งอีกทีก้30up ถ้า35ยังไม่ได้แต่ง ก้อดแล้วไอน้องเอ๋ย..

ไม่แส่บว่าเกิดช่วงเวลาเดียวกันเป่าฮับ แต่คนละปี เหอๆ
sad smile

#2 By ♬♩nattö ♪♫ on 2008-05-12 00:21

รักตัวเองดีที่สุดนะคะ
ถึงคนอื่นจะไม่รักเราก็ตาม

ไม่ผิดค่ะ ที่ทุ่มเวลาให้กับงาน
จะผิดก็ต่อเมื่อทุ่มให้มากไปจนลืมตัวของเราเอง big smile

เคยมีเรื่องเล่าว่ามีสามเหลี่ยมที่ตามหาวงกลมมาเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย
พอนานไป.. นานไป.. ก็ไม่เจอวงกลมที่ว่านั้นเสียทื
แต่ในระหว่างนั้น.. ระหว่างที่สามเหลี่ยมหมุนกลิ้งหาส่วนที่ขาดหาย ตัวมันก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ..
จนกระทั่งมันกลายเป็นวงกลมที่เติมเต็มตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยคนอื่นให้มาเติมเต็ม

รักตัวเองนะคะ big smile

#3 By Beautiful Lie on 2008-05-12 00:29

อย่างน้อยคิดซะว่า มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาก็ได้ครับ หันไปใช้ชีวิตที่ดีกับตัวเอง เมื่อถึงเวลา เนื้อคู่เราจะมาเองก็ได้นา อิ อิ

ช่วงเดือนหน้าไป ผมก็คงมีงานใหม่เข้ามา และต้องยุ่งๆไม่น้อยเลย พี่ก็สู้ๆนะครับ เหนื่อยหน่อยแต่ขอให้มีสิ่งดีๆรออยู่ครับ surprised smile

#4 By ข่าน on 2008-05-12 02:29

เพื่อนสนิทของเราเป็นสาวโสดทั้งกลุ่มเลย
ถึงตอนนี้ในกลุ่ม ถ้าใครมีแฟน.. ถือว่าแปลกค่ะ -*-

#5 By @ I'm a Box @ on 2008-05-12 07:32

เศร้ากับเรื่องแบบนี้อยู่เหมือนกันค่ะ สดๆ ร้อนๆ เลย

ทำไมเค้าเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายอย่างนั้น
ในขณะที่เราต้องยอมรับแค่นั้นจริงๆ หรอ ? ช็อตค่ะ

เพื่อนเราบอกว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว ยื้อยุดหรืออยากจะ
เป็นอย่างเดิมก็ไม่ได้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราฝายเดียว
คนรักกันไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำให้อีกคนเสียใจ
แต่ถ้าเค้าทำได้โดยทั้งๆ ที่รู้ว่าเราเสียใจแน่นอนได้
เรายังจะเสียใจต่อไปโดยที่เค้าไม่รับรู้ ไม่สนใจอีกหรอ
ชีวิตเรามีทางเลือกได้เสมอ แต่เราเลือกที่จะให้มันอยู่ใน
มือของเค้า แล้วปล่อยให้เค้ากระทำอย่างไรก็ได้รึปล่าว

คำปลอบของเพื่อนค่ะ แต่คนที่เศร้าเสียใจอยู่ คิดตาม
แต่ทำไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะคะ

#6 By moodee on 2008-05-12 07:46

ดีกว่าให้ชั้นมีเวลาว่างแล้วนั่งบ้า น้ำตาไหล ไปเรื่อย ๆ
^
^
^
เห็นด้วยทุกประการครับ

#7 By AkE on 2008-05-12 09:00

จริงๆผมไม่คิดว่าจะถึงกับเลือกไม่ได้หรอกนะครับ
สมัยนี้ผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน
...มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากกว่ามั้ง ^^"

ปล.สนใจเรื่องผูกก้านเชอร์รี่
เคยลองทำแต่ใช้เวลาเกือบ 15 นาทีกว่าจะได้ ^^"
พันก้านเชอรี่ด้วยลิ้น
อย่าไปเชื่อหมอดูมากเลยครับ
ขนาดกรมอุตุที่พยากรณ์โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ และเครื่องมืออีกมากมาย คนอีกเยอะแยะ...
มันยังไม่แม่นยำเลยครับbig smile
ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า..มีงานทำเยอะ ดีกว่าว่างงานแบบผมนะเออ เอิ้กๆconfused smile

#9 By berserkrabbit on 2008-05-12 09:31

เพื่อนที่มีชะตากรรมเดียวกัน

ในเมื่อเขาเลือกได้ เราก็ต้องเลือกมั่ง! ฮึ่ม

#10 By gsawa on 2008-05-12 10:14

เห้ยพี่ ก็ดีแล้วนี่หว่า
มีงาน มีเพื่อน
อย่าคิดมาก
ผู้ชายมันเลือกอะไรก็ปล่อยมันไป
เราเลือกที่จะรักตัวเองนะพี่หน่า
รักเยอะๆ รักให้เมามัน
แล้วชีวิตจะสนุกไปเองแหละ

ปล. นี่ใช่ อายะ
แม่สาวริงจุ๊บคนนั้นรึเปล่าพี่?!!

#11 By d ii z e m b e r* on 2008-05-12 11:42

เคยรู้สึกอยากเป็นผู้ชาย เพราะประเด็นพวกนี้เหมือนกัน

คงเป็นพระเจ้าสร้างให้หญิงมีจิตใจที่ละเอียดอ่อนมากกว่าชาย

ชีวิตจึงไม่เคยง่าย โดยเฉพาะความรัก

#12 By hasana on 2008-05-12 13:11

ง่า อย่าเศร้าเลย ผู้ชายเลือกไม่ได้ก็มีนะคร๊าบบบบบบบบบ

รายการอาหารอยากกินมากกก

#13 By plynoi แว่วศรี on 2008-05-12 14:38

จงดีใจและใช้ชีวิตให้เบิกบานอย่างสุดตัวเมื่อมีนกน้อยบินมาเยี่ยมชมสวนหลังบ้าน

แต่จงอย่าเสียใจให้มากเลย เพราะยังไงมันก็ต้องบินจากไปในนาทีใดนาทีหนึ่ง ...

PS : เห็นแล้วหิว วันหลังขอฝีมือคุณบ้างนะ

*** สู้เขา!! ไอ้มดแดงbig smile
อ่านแล้วน้ำตาซึมไปด้วยเลยค่ะคุณน้อยหน่า


เซียร่าอึ้งๆปนงงๆที่คุณน้อยหน่าฝากเซย์ไฮไปค่ะ พอดีเคลลี่(หม่ามี๊)เค้าอยู่ด้วย ก็เลยถามว่าแล้วเซียร่าคิดถึงครูน้อยหน่ามั้ย เซียร่าก็ อือ....... อื้ออออ เยส.. 5555555555555 question


ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจที่บล็อคเรื่อยๆนะคะ... ขอให้คุณน้อยหน่าไม่มีความทุกข์เหมือนกันนะคะ..สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้big smile

#15 By Meiko S. on 2008-05-12 20:10

บางครั้งการได้มาเจอกับคนที่ตกอยู่ในสถาณการณ์เดียวกันนี่..
..จะว่าอบอุ่นก็ไม่เชิง เหมือนมีเพื่อนเดินฝ่าลมหนาว
..ถึงจะหนาวเท่าเดิมแต่อุ่นใจกว่า..

อาหารมื้อเย็นน่าสนใจมากเลยครับดูน่าอร่ิอยดี

อย่ามัวแต่เติมเต็มชีวิตจนลืมมองความสุขนะครับ
ผมว่ามันก็อยู่รอบๆตัวเราน่ะแหละbig smile

#16 By SleepSheep on 2008-05-12 23:24

don't worry,
be happy.
อยากกินเลยว่ะแก

#18 By zendz (203.121.182.73) on 2008-05-13 10:06

big smile big smile big smile อ่านแล้วรู้สึโหวงๆเหงาๆแฮะ อาจเป็นเพราะเมฆครึ้มตั้งเค้าฝน สู้ๆๆนะคะbig smile

#19 By (^_^)/nana on 2008-05-14 11:52

เง้อ อ่านแล้วรู้สึกเหงาๆเศร้าใจ

แต่พี่สาวที่ทำงานผม (ที่ทุกวันนี่ผมเรียกแม่ไปแระ)
แกออกจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวอย่างสนุกสนานนะ
มีบ่นๆบ้างว่าชีวิตนี้คงไม่ได้แต่งงาน
แต่ก็เห็น Enjoy อยู่ทุกวัน - -'!
อาศัยว่าหน้าตัวเองเด็กเนียนๆไป

ปล.พันก้านเชอรี่ ..Oo!

/ผมยังไม่ได้ไปไหนหรอกครับ
ที่นี่ออกจะมี Blog ดีๆให้อ่านเยอะแยะ :D

มาเขียนคำลาให้blogมันไม่ร้างเฉยๆ ความจริงก็เข้ามาแอบอ่านของคนอื่นเรื่อยๆ sad smile sad smile sad smile

#20 By caz on 2008-05-14 12:50

สวัสดีค่ะ
ขออภัยนะคะ ที่มาตอบช้าไปหน่อย

คือ พูดตรงๆนะคะ ว่าไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ไม่รู้ซึ้งและรู้ค่าของตัวเอง
เพราะหากแม้นแต่เรายังไม่คิดว่าตัวเองดีพอที่จะรักตัวเอง แล้วจะหวังให้ใครคนอื่นมารักได้อย่างไร? จะเปลี่ยนจากสถานะที่ 'เลือกไม่ได้' มาเป็น'เลือกชีวิต เลือกทางเดินของตัวเองได้' ได้อย่างไร?
ทางเลือกมีเสมอ หากเรากล้าที่จะยืนหยัดและเห็นค่าของตัวเอง
หากไม่เริ่มที่ตัวเองแล้วจะไปเริ่มที่ใคร?
คนอื่น ยังไงก็เป็นคนอื่นนะคะ
ไม่มีใครเจ็บปวดได้เท่ากับตัวเราเองได้อีกแล้ว
ว่ากันว่าคนส่วนมากแล้ว 90% ถูกทำให้เจ็บปวดโดยผู้อื่น เพราะเลือกที่จะใส่ใจกับความคิดของคนอื่นมากเกินไป เอาตัวเองไปผูกติดไว้กับคนอื่น แล้วเชื่อตามเขาไป เลยกลายเป็นว่าคิดว่าตัวเองดีไม่พอ
แล้วทำไมไม่เราไม่เลือกที่จะเป็นคนที่แตกต่างล่ะคะ? ให้เหลือแค่ 10% หรือน้อยกว่านั้น ที่เราใส่ใจในความคิดร้ายๆของคนอื่น แล้วนำมาปรับปรุง แต่ไม่ใช่ให้มันครอบงำไม่ดีกว่าเหรอคะ?
เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากเราใส่ใจกับสิ่งพวกนี้มากเกินไป ก็เป็นเราที่ร้าวใจ ไม่ใช่ใครอื่นเลย
ไม่มีใครไม่มีอะไรดีเลยหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีดีสักอย่าง เชื่อมั่นในตัวเองสิคะ ไม่มีใครดีเพอร์เฟ็กต์หรือชั่วเฟอร์เฟ็กต์ ยังไงเราก็ต้องมีดีให้รักอยู่แล้ว ถึงคนอื่นไม่รักเรา เราก็รักตัวเอง
หากพยายามคิดรักตัวเองในวันนี้ อาจจะน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มอะไรเลย แล้วพอนานไป จากน้อยๆมันก็จะสะสมก่อตัวเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ
มันมีความแตกต่างนะคะ ในคำว่า 'ทำไม่ได้' กับ 'ไม่ทำ'
ไม่ผิดเลยที่เราจะเสียใจ แต่'ความอ่อนไหว' ไม่ใช่'ความอ่อนแอ'

ส่วนเรื่องของสามเหลี่ยม หมายความว่าเมื่อนานไป และพบว่าไม่มีใครจะมาเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่เรา สามเหลี่ยมก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวและอยู่คนเดียวได้ ไม่ได้โหยหาให้ใครมาเติมเต็มให้เหมือนเมื่อก่อน กลายเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่ตัวเองและพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
การที่จะเป็นสามเหลี่ยมตลอดไปมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำงั้นหรือ เหรอคะ?
โดยความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าไม่ควรนะคะ
เพราะว่าเมื่อเวลาผ่านไป เราทุกคนก็ควรจะเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเอง การเป็นวงกลมไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเหลือช่องว่างให้ใครคนอื่นมาแชร์พื้นที่อยู่ด้วยกันไม่ได้อีก
ได้.. หากถึงเวลานั้นจริงๆ วงกลมก็จะเรียนรู้ที่จะปรับตัวอีกครั้ง และอาจจะใช้เวลา
แต่วงกลมจะไม่วิ่งหา ไม่เรียกร้อง ในสิ่งที่ตัวเองไม่มีและยังมาไม่ถึงเหมือนสามเหลี่ยม เพราะวงกลมรู้จักรักตัวเอง
เคยได้ยินมั้ยคะ? ที่ว่ายิ่งวิ่งไล่ ก็ยิ่งวิ่งหนีไกลออกไป แต่เมื่อเราอยู่เฉยๆ สิ่งนั้นก็จะมาหาเราเอง ถ้าเป็นของเราจริง
อะไรที่ไม่ใช่ของเรา ยังไงก็ไม่ใช่ของเรา แต่อะไรที่เป็นของเรา ยังไงมันก็จะกลับมาหาเรา
หากเราเรียนรู้ที่จะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีและรักตัวเองแล้ว อะไรอื่นที่มากระทบก็จะไม่ส่งผลร้ายแรงแก่ตัวเรามากมายหรอกค่ะ เพราะเราจะรู้ว่าการปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอะไรที่ผ่านไปแล้ว มันมีแต่สร้างผลเสียให้กับตัวเราเอง big smile

ไม่รู้ว่าจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นรึเปล่านะคะ
ถ้าไม่ใจอีกก็บอกนะคะ big smile

#21 By Beautiful Lie on 2008-05-18 02:33

มือเย็นดูน่ากินทีเดียว

#22 By นายตุ้ย on 2008-05-19 11:30

บางครั้ง...มีเพื่อนก็พอแล้ว

love comes and goes
but friendship stays.

#23 By มุก on 2008-05-19 19:17

กินเบียร์แล้วตบด้วยช็อคโกแลต
อย่างนี้ไม่เมาแย่รึ
big smile
สู้ๆครับ ต้องทำตัวเองให้มีคุณค่า

อย่าสนใจคนที่เค้าไม่เห็นคุณค่าในตัวเราทำตัวให้สดใสเข้าไว้ครับเดี๋ยวสิ่งดีๆก้ตามมาเองbig smile

#25 By 7same:(-_- on 2008-05-21 06:45