:::Hug:::

posted on 18 Jun 2008 00:34 by sicky  in -sicky-life-

"ชีวิต"

.

.

ทุกวันนี้.. ตื่น

ทำงาน

กลับบ้าน

อาบน้ำ

นอน

ตื่น

ทำงาน

กลับบ้าน

อาบน้ำ

นอน

เป็นลูปอยู่อย่างนี้

.

.

"เหงา"

พี่ที่ร่วมงานด้วย

นั่งตรงกันข้าม

โทรศัพท์คุยกับแฟน

มีคำว่า "คิดถึง"

ทุกครั้งที่เค้าคุยกัน

(มากกว่าอาหารสามมื้อ)

บอกตรง ๆ ว่า "เหงา"

แต่ยินดีไปกับเค้าที่เค้ามีคนเคียงข้างไปกับเค้า


.

.

"นอน"

นอนไม่หลับ

หลับไม่ลง

กังวล

กลัว

เหงา

เศร้า

และ "ยา" หมด

บัตรประกันสังคมที่ใหม่ก็ยังไม่ได้

พี่ที่ทำงานด้วย คนที่มีคนเคียงข้าง

สั่งยาให้ เนื่องจากเรามีอาการเดียวกัน

เรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาของเค้า กับเรื่องดี ๆ ที่เค้าเป็นอยู่

มันกลับไม่ได้ช่วยให้อาการนอนไม่หลับของเค้าดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว

แต่ชั้นเข้าใจ.. และเค้าก็เข้าใจชั้นเช่นกัน

อาการหลุดของชั้นเค้ารับรู้

ถึงแม้นี่มันจะเป็นเพียงแค่อาทิตย์กว่า ๆ ที่เค้าเพิ่งมาเริ่มงาน

แต่ชั้นมีหน้าที่ในการรับผิดชอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตัวสินค้าทั้งหมดให้เค้า

ซึ่งมันเร็วมากกับการเริ่มงานของชั้นเพียงแค่ช่วงเดือนกว่า ๆ

งานหนัก

งานน่าหงุดหงิด

อาจจะโดนไล่ออกหากทุกอย่างเข้าระบบ

เค้าก็แค่เขี่ยเรา แล้วไปจ้างคนที่เงินเดือนน้อย ๆ กว่านี้มาเริ่มงานได้

เพราะระบบที่มันไม่เคยมี ชั้นได้ทำไว้เรียบร้อยแล้ว

ความกังวลนี้มันเข้ามาหลอนมากขึ้นเรื่อย ๆ

และชั้นก็ "นอนไม่หลับ"

.

.

อยู่กับตัวเอง

ทำแต่งาน และอยู่กับตัวเอง

คนที่ถามว่าชั้นทานอะไรบ้างรึยัง

"ซื้ออะไรให้กินเอาไหม?"

คุณรู้ไหมว่าใคร?

.

.

เธอคือ "แม่บ้าน" ของโชว์รูม

.

.

ชั้นขอเธอกอด

ซึ่งเธอก็ยินดีและตอบรับ

หนึ่งวันของชั้น เริ่มต้นที่การขอแม่บ้านกอด

เพื่อจะเริ่มวันทำงานอันแสนวุ่นวาย

ขอแค่ความอบอุ่นซักนิดนึง

ขอแค่คนที่รับความรู้สึกชั้นได้

เค้าอาจจะคิดว่าชั้นบ้าก็ได้

ใครจะรู้?

.

.

เพราะชั้น

"กอดตัวเองไม่ได้"

.

.

เมื่อไหร่จะเลิกเป็นแบบนี้เสียที

คนที่มองโลกในแง่ดีคงไม่เข้าใจ

ว่าความรู้สึกแบบนี้มันไม่ใช่แค่ "มุมมองเปลี่ยน ความรู้สึกเปลี่ยน"

มันไม่ง่าย

ถ้ามันง่าย อาชีพอย่าง "จิตแพทย์" ก็คงไม่มี

คนที่ "ป่วยทางจิต" ก็คงไม่มี

ทุกคนมองโลกในดี ทุกอย่างสดใส

ในโลกนี้มีสองด้าน

หากคุณอยู่ด้านสว่าง ด้านของชั้นมันก็แค่เป็นด้านมืดเท่านั้นเอง

.

.

หงุดหงิดใช่ไหมล่ะกับคนที่มันมองโลกในแง่ดีไม่เป็นแบบนี้

.

.

ทุกวันนี้ชั้นเพิ่งเข้าใจว่าคำทักทายอย่าง "How are you?"

มันเป็นแค่คำพูดเริ่มต้นของคนที่อยากจะบอกแค่ข่าวร้ายกับเรา

แต่พอเราจะตอบคำทักทายเชิงคำถามแบบนั้น

กลับ "ไม่มีสัญญาณตอบรับ"

ถ้าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ต้องถามไม่ต้องทักกันอีกเลยจะดีกว่า

ขอบคุณที่ทำให้รู้จักกับคำว่า "How are you?" มากขึ้น

.

.

พรุ่งนี้เช้า

ชั้นก็คงจะเดินเข้าไปกอด "แม่บ้าน" ก่อนเริ่มงานเหมือนเดิม

แต่.. หลังจากนี้ไป ชั้นอาจจะไม่รู้สึก ไม่ต้องการความอบอุ่น อีกต่อไป

บางอย่างที่มันไม่มีชีวิต ได้ตายไปพร้อมกับสิ่งมีชีวิตบนโลกแล้ว

.

.

ขอยกยอด "ความเป็นห่วง" ของใครอีกหลาย ๆ คน

ให้กับสิ่งแวดล้อมโลกที่นับวันมันกำลังจะแย่

นกเพนกวินจักรพรรดิ หมีขาว ฯลฯ

ส่วนคนไม่รักตัวเองมองโลกในแง่ร้ายแบบชั้น ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ

ห่วงตัวเองมันยังห่วงไม่เป็น

ไม่ต้องนับประสาอะไรกับรักตัวเองหรอก รักตัวเองเป็นยังไงเหรอ?

เพราะชั้นมันรักไม่เป็น

แต่ HUG เป็น (มั๊ง)

เนอะ